Call Center เป็นศูนย์บริการลูกค้าในปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างมาก

June 26th, 2015

8

Call Center ยุคใหม่ที่มีการรวมเอาภาพ เสียงและข้อมูลไว้ด้วยกันที่รู้จักกันในชื่อ Contact Center นั้นใช้การทำงานบนระบบเครือข่ายไอพีเพียงระบบเดียว ในการดูแลและจัดการศูนย์บริการลูกค้า ไม่ว่าจะมีการติดต่อเข้ามาทาง โทรศัพท์ อีเมล์ แฟกซ์ หรือแม้แต่ผ่านทางเว็บ นอกจากนี้การที่มีระบบเครือข่ายเพียงระบบเดียวในการดูแล และจัดการทั้งการสื่อสารด้านเสียง และข้อมูล ได้นำมาซึ่งประโยชน์มากมาย ทั้งการจัดการระบบเครือข่ายที่ง่ายขึ้น ลดต้นทุนตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการบริการลูกค้าและที่สำคัญข้อมูลลูกค้าที่ได้มาจากช่องทางต่างๆ จะถูกอัพเดทจะจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลเดียว ซึ่งพนักงานในศูนย์บริการลูกค้า สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ในทุกครั้งที่ลูกค้าได้ติดต่อเข้ามา หรือแม้แต่การติดตามผลจากอีเมล์ของลูกค้า ที่ส่งเข้ามาที่พวกเขาสามารถโทรศัพท์แจ้งความคืบหน้า ไปยังลูกค้าได้อีกด้วย

ศูนย์บริการลูกค้าในปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างมาก ที่จะต้องใช้การผสมผสานกันทั้งระบบเสียง และระบบข้อมูล เนื่องจากลูกค้ามีวิธีในการติดต่อกับบริษัทได้หลากหลายวิธี แต่มีเพียง 17 เปอร์เซนต์เท่านั้น จากการสำรวจ 150 องค์กรที่ได้มีการดำเนินการในอันที่จะรวมเอาเว็บไซท์ ระบบอีเมล์และ Call Center เข้าด้วยกันหลังจากการชะลอตัวด้านการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันตลาดด้าน IP Contact Center ได้มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่โซลูชันด้านโทรศัพท์ไอพีได้รับการพัฒนา และเป็นที่ยอมรับในแวดวงไอทีอย่างมากในด้านประโยชน์ และประสิทธิภาพการใช้งาน ดังจะเห็นได้จากตลาดในทวีปอเมริกาเหนือได้มีการคาดการณ์ไว้ว่า จะเติบโตจาก 32 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2544 ไปเป็น 841 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2550 หรืออีกห้าปีข้างหน้า

แม้ว่าความสามารถของระบบ IP Contact Center จะฟังดูน่าประทับใจเพียงไร แต่ในอีกหลายบริษัทก็มีความลังเลที่จะปรับเปลี่ยนระบบตู้สาขา เดิมที่ได้มีการลงทุนไปเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งจากการพูดคุยกันในแวดวงไอที ทุกคนต่างเห็นด้วยว่า ทิศทางในอนาคตจะมีการใช้งานระบบโทรศัพท์ไอพีอย่างแพร่หลาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกเขาก็อยากที่จะใช้ประโยชน์จากการลงทุนที่มี ไปกับระบบตู้สาขาเดิมให้เต็มที่เสียก่อนที่จะทำการปรับเปลี่ยนไปเป็นระบบไอพี เพราะฉะนั้นคำถามคือ เมื่อไรถึงจะเหมาะสมที่จะทำการเปลี่ยนมากกว่าทำไมต้องเป็นไอพี และในหลายกรณีการปรับเปลี่ยนระบบ ก็สามารถทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งแบ่งออกเป็นเฟสมากกว่าการลื้อของเก่าทิ้ง และเปลี่ยนใหม่ทีเดียวทั้งระบบ

คุณภาพการให้บริการของ Call Center ในปัจจุบัน

May 26th, 2015

16

เมื่อองค์กรของคุณจัดตั้งหน่วยงาน Call Center ขึ้นมาแล้ว คุณจำเป็นต้องมีการตรวจสอบการทำงานของ Call Centerเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่า การให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ และใช้ในการปรับปรุงการบริการอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าการบริการ Call Center ของคุณจะว่าจ้างบริษัท ก็ตามการวัดประสิทธิภาพของ Call Center นั้นมีดัชนีสำคัญๆ ดังนี้ คุณภาพการให้บริการคุณภาพการให้บริการซึ่งวัดออกมาเป็นคะแนน เป็นดัชนีวัดคุณภาพการให้บริการที่สำคัญมาก ดัชนีนี้ใช้วัดคุณภาพของเจ้าหน้าที่รับสาย ดัชนีตัวนี้จะแสดงถึงประสบการณ์ของลูกค้าที่ติดต่อเข้ามายัง Call Center ตั้งแต่ลูกค้าเริ่มติดต่อมายัง Call Center จนถึงการสิ้นสุดการให้บริการ ซึ่งดัชนีนี้จะประเมินโดย Call Center Supervisor หรือ เจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพ เป็นผู้ที่ให้คะแนน ผู้ที่ประเมินนี้ต้องเป็นผู้ที่มีความเข้าใจในขั้นตอนการทำงาน และ ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการ การวัดผลนี้ควรจัดทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 5-10 สาย ต่อ เจ้าหน้าที่ ต่อ เดือน นอกจากจะมีประโยชน์ในการวัดคุณภาพการให้บริการ แต่ยังสามารถใช้ในการพัฒนาคุณภาพของเจ้าหน้าที่ได้อีกด้วย

ความพึงพอใจของลูกค้าการวัดความพึงพอใจของลูกค้าจะวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่พอใจต่อการให้บริการโดยจะวัดการทำงานของเจ้าหน้าที่และภาพรวมของ Call Center ในปัจจุบันการวัดความพึงพอใจของลูกค้าสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การให้คะแนนผ่านระบบ IVR การส่งอีเมลสำรวจ หรือ การโทรสอบถามความพึงพอใจโดยเจ้าหน้าที่ เป็นต้น การให้บริการได้สำเร็จในการติดต่อครั้งแรกดัชนีนี้เป็นการวัดจำนวนครั้งที่ลูกค้าจำเป็นต้องติดต่อกลับมายัง Call Center เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งเป็นการสะท้อนประสิทธิภาพ และคุณภาพของเจ้าหน้าที่รับสาย และยังเป็นการเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอีกด้วย ทั้งนี้การวัดการให้บริการได้สำเร็จในการติดต่อครั้งแรก อาจจะทำได้ยากเนื่องจาก จะตรวจสอบได้จากการบันทึกงานของเจ้าหน้าที่รับสาย นอกจากนั้นลูกค้าท่านเดียวกันอาจจะมีการติดต่อเข้ามาอีกแต่เป็นคนละปัญหากัน เราจึงมีวิธีอื่นๆ ในการวัด First Call Resolution ดังนี้ สอบถามจากลูกค้าเมื่อทำ customer satisfaction survey ตรวจสอบจำนวนสายลูกค้ารายเดียวกันว่ามีการติดต่อซ้ำใน 1 สัปดาห์หรือไม่ ลูกค้ากดคะแนนความพึงพอใจก่อนวางสายเจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพตรวจสอบเมื่อทำ call monitoring

Call Center ยุคใหม่ที่มีการรวมเอาภาพ เสียงและข้อมูลไว้ด้วยกันที่รู้จักกันในชื่อ Contact Center

March 25th, 2015

12

การใช้ประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนในอดีต และเสริมความสามารถด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตควบคู่กันไป ในปัจจุบันหลายต่อหลายบริษัทได้เล็งเห็นและยอมรับว่า อนาคตของการติดต่อสื่อสารในศูนย์บริการลูกค้าที่รู้จักกันว่า Call Center หรือ ถ้ามีระบบด้านเว็บหรือวีดีโอเข้ามาเสริมด้วยก็จะเรียกว่า Contact Center จะมีการใช้งานอยู่บนระบบ โทรศัพท์ไอพี แต่คงจะไม่มีเหตุผลเพียงพอสำหรับผู้บริหาร ที่จะทิ้งระบบโทรศัพท์เดิมที่มีการทำงานอยู่บนตู้สาขาที่ได้ ลงทุนไว้เป็นมูลค่ามหาศาลในอดีต เพียงเพราะว่าได้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยออกมา แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกของอินเทอร์เน็ต โดยในวันนี้เราสามารถทำแผนในการปรับเปลี่ยนระบบโทรศัพท์เดิม มาเป็นไอพีที่ทำให้ศูนย์บริการ Call Center หรือ Contact Center สามารถใช้ประโยชน์สูดสุดจากการลงทุนระบบตู้สาขาในอดีต และในขณะเดียวกันก็ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านการปฏิบัติการณ์ และการทำงานของระบบโทรศัพท์ไอพี

ที่จริงแล้วถ้าดูในหลักการเบื้องต้น การดูแลจัดการระบบสื่อสารระบบเดียวที่รวมเอาทั้งระบบเสียง และข้อมูลเข้าด้วยกัน ย่อมที่จะง่ายกว่าการดูแลจัดการสองระบบที่แยกจากกัน และการที่มีช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า ทั้งนี้ลูกค้าในยุคปัจจุบันได้ตั้งความคาดหวังไว้ว่า จะได้รับความสะดวกในการสอบถามทางโทรศัพท์ การส่งอีเมล์ ไปจนถึงการใช้เว็บในการเลือกสินค้าและบริการ ตลอดจนการทำธุรกิจแบบออนไลน์ และจากเหตุผลที่กล่าวมานี้ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและไอพี สามารถที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และ Contact Center ได้ เป็นอย่างดี

Call Center ยุคใหม่ที่มีการรวมเอาภาพ เสียงและข้อมูลไว้ด้วยกันที่รู้จักกันในชื่อ Contact Center นั้นใช้การทำงานบนระบบเครือข่ายไอพีเพียงระบบเดียว ในการดูแลและจัดการศูนย์บริการลูกค้า ไม่ว่าจะมีการติดต่อเข้ามาทาง โทรศัพท์ อีเมล์ แฟกซ์ หรือแม้แต่ผ่านทางเว็บ นอกจากนี้การที่มีระบบเครือข่ายเพียงระบบเดียวในการดูแล และจัดการทั้งการสื่อสารด้านเสียง และข้อมูล ได้นำมาซึ่งประโยชน์มากมาย ทั้งการจัดการระบบเครือข่ายที่ง่ายขึ้น ลดต้นทุนตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการบริการลูกค้า และที่สำคัญข้อมูลลูกค้าที่ได้มาจากช่องทางต่างๆ จะถูกอัพเดทจะจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลเดียว ซึ่งพนักงานในศูนย์บริการลูกค้า สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ในทุกครั้งที่ลูกค้าได้ติดต่อเข้ามา หรือแม้แต่การติดตามผลจากอีเมล์ของลูกค้า ที่ส่งเข้ามาที่พวกเขาสามารถโทรศัพท์แจ้งความคืบหน้า ไปยังลูกค้าได้อีกด้วย

 

ในยุคที่ธุรกิจการค้าต้องมีระบบ Call Center

February 23rd, 2015

ในยุคของการแข่งขัน การมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับสินค้าและบริการของเราจะช่วยทำให้สินค้าและบริการของเราแตกต่างจากคู่แข่ง การติดต่อสื่อสารไปยังลูกค้าถือเป็นเรื่องสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่หรือธุรกิจขนาด SME,  ดังนั้นการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าและบริการของเรา การมี Call Center จึงสามารถทำให้ธุรกิจของคุณดีขึ้นได้ เนื่องจาก Call Center เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการใช้เป็นช่องทางในการติดต่อลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อรับฟังการพัฒนาสินค้าและการบริการ, เพิ่มยอดขาย, สร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าเพิ่มเติม, ใช้เป็นช่องทางในการส่งเสริมการขาย, เพื่อเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เพราะการสร้างความสัมพันธ์และความเชื่อมั่นด้วยการรับฟัง ทำความเข้าใจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเป็นสิ่งสำคัญยิ่งอีกสิ่งหนึ่งของการสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน การติดต่อสื่อสารโดยตรงกับผู้บริโภค เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารด้านโภชนาการ รับฟังความคิดเห็น นำความคิดเห็นเหล่านั้นไปพัฒนา

ระบบ Call Center ทำให้ธุรกิจของคุณดีขึ้นได้ เพราะในยุคการแข่งขันปัจจุบันการติดต่อสื่อสารไปยังลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ทุกธุรกิจต้องคำนึงถึง ทั้งนี้หากการสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพย่อมก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมามากมาย เช่น การให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง, รูปแบบการให้บริการที่ไม่มีมาตรฐาน หรือการให้บริการไม่ครอบคลุม ซึ่งปัญหาดังกล่าวมาข้างต้น จะนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ ด้วยเหตุนี้ Call Center จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ธุรกิจของท่านปลอดภัยในความเสี่ยงต่างๆ อีกทั้งยังทำให้ธุรกิจของท่านเติบโตได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

การนำเอาความสามารถจากระบบตู้โทรศัพท์และข้อมูลจากระบบ Server คอมพิวเตอร์มาใช้งาน ซึ่งมีหลักการทำงานคร่าวๆ คือ การนำข้อมูลของลูกค้าที่บันทึกอยู่ในฐานข้อมูล Database มาแสดงที่หน้าจอของพนักงานรับสาย Agent ในขณะที่กำลังรับสายของลูกค้ารายนั้นอยู่ โดยไม่ต้องสอบถามจากลูกค้าก่อน โดยมีระบบอินเทอร์เน็ตและ E-Mail ซึ่งทั้งสองระบบเป็นระบบที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ Call Center สามารถรับการติดต่อจากลูกค้าได้ครบวงจร เพราะระบบทั้งสองจะช่วยให้เราสามารถบันทึกได้ว่านอกจากการรับโทรศัพท์แล้ว พนักงานของเราได้ใช้เวลารับ-ส่งอีเมล์ โทรสาร (FAX) หรือสายที่มาจากอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนเท่าไร ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นการทำงานได้เต็มรูปแบบมากยิ่งขึ้น

การใช้เทคโนโลยี Call Center ในด้านมืดเพื่อหลอกลวงประชาชน

January 24th, 2015


คงเคยได้ยินกันมาแล้วสำหรับในเทคโนโลยีทันสมัยทางโทรศัพท์ โดยวิธีการหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินผ่านตู้ ATM และทำให้ประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงสร้างความเดือนร้อนให้กับผู้ที่ถูกหลอกลวงให้เปิดบัญชีและบัตร ATM  ซึ่งมักจะเป็นประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดและห่างไกลความเจริญไม่รู้เทคโนโลยีด้าน ATM และระบบการทำงานของธนาคารพาณิชย์  เรามาดูกันว่าเทคโนโลยีต่าง ๆของ Call Center Telephony นั้นใช้ไปในการทุจริตและสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ปกติ Call Center ของบริษัทต่าง ๆ นั้นมุ่งเน้นที่จะให้บริการประชาชนและมีการแข่งขันกันด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นด้าน CRM(Customer Relation Management) หรือ CEM(Customer Experience Management) ก็ตาม แต่พวกมิจฉาชีพซึ่งแน่นอนต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านเทคโนโลยี  การวางระบบงาน และมีความรู้ความเข้าใจในระบบการปฏิบัติการของธนาคารพาณิชย์เป็นอย่างดี โดยปกติแล้ว Call Center แยกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ การรับสายเข้า และการโทรออก Inbound Call Center ท่านจะสามารถสัมผัสได้จาก Call Center ของธนาคาร บริษัท ห้างร้าน ทั่วไปซึ่งหลายท่านคงได้เคยใช้บริการกันบ้างไม่มากก็น้อย ส่วน Outbound Call Center จะเห็นได้กับธุรกิจ Telemarketing หรือ Telesales เช่น การโทรหาลูกค้าเพื่อเสนอโปรโมชั่นใหม่ ๆ ของบริษัทโทรศัพท์มือถือ,การโทรเพื่อเสนอขายประกัน,บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สถาบันสอนภาษา หรือฟิตเนต เป็นต้น  ที่กล่าวมาทั้งหมดคือ Inbound และ Outbound Call Center  ตอนนี้เรามาดูกันต่อว่าพวกมิจฉาชีพนั้นใช้เทคโนโลยีด้าน Call Center Telephony ในการฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนอย่างไรบ้าง

- Dark Inbound Call Center
พวก Hotline สายเสียวต่าง ๆ โดยพวกนี้จะจ้างพนักงานสาว ๆ มาคอยให้บริการรับสาย หรือจะพูดแบบชาวบ้านเข้าใจง่ายก็คือ Sex Phone นั่นเอง พนักงานต้องปฏิบัติงานเป็นกะเช่นเดียวกับพนักงาน Call Center ทั่วไป การให้บริการด้วยเสียงที่ไพเราะ น่าฟัง และมีบทสำหรับการให้บริการ(Script) มีการกำหนด KPI และ Average Talk Time ควบคุมสายที่ไม่ได้รับ(Abandon Call) โดยส่วนใหญ่พวกนี้มักจะให้บริการผ่านเลขหมาย Audio Text 1900 รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยี IVR(Interactive Voice Response)   ซึ่งเป็นระบบตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ ซึ่งพนักงานสาวที่รับสายจะชักชวนให้ลูกค้าที่โทรเข้าไปคุยให้นานที่สุด และมีการควบคุมว่าพนักงานแต่ละคนต้องมีเวลาในการสนทนาวันละกี่ชั่วโมง(Average Talk Time Control) ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าที่โทรเข้ามาจะถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในนาทีละ 9 บาทเป็นต้นไป หรือแล้วแต่ ๆ ละผู้ให้บริการจะเป็นผู้กำหนด   การเปิดธุรกิจด้านมืดโดยการให้บริการ Hotline สายคลายเหงา หรือ Sex Phone นั้นหลายท่านอาจจะไม่ทราบว่ามีรายรับเป็นกอบเป็นกำ และลูกค้าที่ใช้บริการหากไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อาจจะนำมาซึ่งปัญหาสังคมต่าง ๆ มากมาย เช่น การข่มขืน อนาจาร

- Dark Outbound Call Center
หลายท่านคงเคยได้รับโทรศัพท์ของพวกที่โทรเข้ามาแล้วอ้างว่าทางเป็นหนี้บัตรเครดิตบ้าง โทรจากธนาคารแห่งประเทศไทยบ้าง หรืออ้างกรมสรรพากรคืนภาษีให้ท่านบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดหากท่านไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับธนาคารที่บุคคลที่โทรมากล่าวถึง รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติงานของธนาคาร หรือหน่วยงานราชการนั้นท่านกำลังจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หลอกเข้าแล้ว และซ้ำร้ายกว่านั้นหากท่านอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก และไม่เข้าใจการทำงานของตู้ ATM ยิ่งจะทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพง่ายขึ้น  พวกนี้มักจะอ้างว่าท่านไปเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อที่กำลังจะถูกธนาคารฟ้องร้อง หรืออ้างว่าโทรจากแบงค์ชาติจะปลดล๊อกบัญชีให้ท่าน หรือสรรพากรจะคืนภาษีให้ท่านโดยผ่าน ATM ดังนั้นการติดตามข่าวสารบ้านเมืองจากสื่อต่าง ๆ จะช่วยให้เรารอดพ้นจากการเป็นเหยื่อ บางครั้งพวกนี้มีการใช้เทคโนโลยีการโทรข้ามประเทศซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำได้ในระบบ Call Center นอกจากนั้นพวกนี้ยัง Copy ระบบการทำงานของ Call Center Outbound มาไม่ว่าจะเป็นการ Training การ Set Opening Script การปิดการขาย(Closing) นอกจากนั้นยังมีการกำหนด KPI Call Out ด้วยว่ากลุ่มมิจฉาชีพต้องโทรออกเพื่อหาลูกค้า(เหยื่อ) วันละกี่สาย ซ้ำร้ายบางกลุ่มมีการใช้เทคโนโลยีล่าสุดของ Call Center คือ การโทรออกอัตโนมัติและส่งสายให้เฉพาะสายที่มีผู้รับเป็นมนุษย์(Predictive Dialing) จึงส่งสายให้กับพนักงาน ดังนั้นเมื่อท่านได้รับสายแปลก ๆ และสงสัยว่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านั้นของให้ท่านตรวจสอบ ดังนี้
1. ตั้งสติและเก็บรายละเอียดของหมายเลขโทรเข้า ชื่อ-สกุล ของบุคคลที่โทรมา และ ขอหมายเลขโทรกลับไว้
2. โทรกลับไปเช็คที่ธนาคารหรือหน่วยงานที่กลุ่มมิจฉาชีพอ้างถึง หรือท่านสามารถโทรติดต่อโดยตรงที่ชมรมป้องกันทุจริตด้านบัตรเครดิต และATM ของสมาคมธนาคารไทย(Fraud Working Group) ซึ่งจะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
3. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ