Posts Tagged ‘Call Center’

Call Center ที่มีหัวใจในการให้บริการแก่ลูกค้า

Friday, October 30th, 2015

call_center_3ปัจจุบันคนทำงานบริการส่วนใหญ่จะต้องมีจิตบริการ มีจิตใจที่อยากจะช่วยเหลือลูกค้า มีมุมมองด้านบวกที่ต้องการจะช่วยเหลือด้วยใจจริง ส่งมอบความปรารถนาดี สิ่งดีๆ รวมถึงหาโอกาสสร้างประสบการณ์ด้านบวกให้ลูกค้าได้สัมผัสอยู่เสมอ หรือในบางครั้งอาจจะต้องรับปัญหาหรือข้อร้องเรียน หรือคำตำหนิบริการ ทำให้บางครั้งต้องรองรับอารมณ์ของลูกค้าที่หลากหลาย สร้างความกดดันต่อคนทำงานบริการอย่างมาก กลายเป็นความเครียดที่สะสมโดยที่คนทำงานบริการไม่ทันรู้ตัวเลย รู้อีกที ก็พบว่าความสุขหายไป ความเครียดสะสมมากขึ้น สิ่งองค์กรต้องการและมองหาคือต้องการพนักงานที่ทำงานบริการได้อย่างมีความสุข พร้อมส่งความสุขให้ลูกค้าและคนรอบข้างด้วยรอยยิ้ม

เจ้าหน้าที่ Call Center ที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องมีเสียงที่ไพเราะเสมอไป เพียงแค่คุณรู้วิธีที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ นุ่มนวล โดยการทอดเสียง และพูดให้ช้าลง การพูดเร็ว ลงเสียงสั้น จะทำให้น้ำเสียงฟังแล้วห้วน ไม่สุภาพ ฟังแล้วเหมือนไม่เต็มใจให้บริการ การพูดต้องให้ชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ ไม่พูดอยู่ในคอ ไม่รัวลิ้น เพื่อให้ลูกค้าหรือผู้รับบริการจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน ไม่เกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากลูกค้ามักจะชอบรับบริการจากพนักงานที่มีความรู้ในงานที่ทำ และมีความรู้ในเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากงานด้วย ถ้าคุณไม่มีความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานก็ควรจะเป็นผู้ใฝ่รู้และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา นอกจากนั้นควรเป็นคนช่างสังเกต

องค์กรที่มีความต้องการที่จะนำ Call Center เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในการทำงานนั้นคงต้องมานั่งคิดดูว่าจะลงทุนเองหรือจะจ้างภายนอก ซึ่งมีปัจจัยหลายตัวที่จะต้องพิจารณา รวมไปถึงสิ่งที่จะต้องจัดหามาว่าคุ้มหรือไม่ ได้แก่ บุคลากรที่จะต้องฝึกฝนให้มีความชำนาญโดยเฉพาะการสรรหาคนที่มีหัวใจในการให้บริการ และสามารถทำงานภายใต้แรงกดดันที่สูงได้ การมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมและช่วยในการปฏิบัติงาน ซึ่งนอกจากการมีใจรักงานบริการแล้วการวางแผนที่ดีก็เป็นตัวช่วยให้เกิดความรวดเร็วในบริการได้เช่นกัน พนักงานดูแลลูกค้าจะต้องรู้ขั้นตอนการดำเนินงานเป็นอย่างดี และต้องรู้ขอบเขตอำนาจในการตัดสินใจของตนเองและผู้อื่นในองค์กรเพื่อที่จะสามารถติดต่อประสานงานได้ถูกจุดและเป็นไปตามความต้องการลูกค้าได้ทันท่วงที

ขั้นตอนเพื่อลดการลาออกของเจ้าหน้าที่ Call Center

Saturday, July 18th, 2015

เป็นที่ทราบกันดีว่าอัตราการลาออก (หรือ Turnover Rate) ของพนักงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าอยู่ในอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับงานอื่นๆ และระยะเวลาในการจัดหาเจ้าหน้าที่ทดแทนก็ใช้ระยะเวลาพอสมควร เพื่อให้การบริการลูกค้าเป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่น ขอแนะนำ ขั้นตอนที่ฝ่ายบุคลล หรือ หัวหน้างาน (Call Center Supervisor) สามารถนำไปใช้เพื่อลดอัตราการลาออกของพนักงาน

1. คัดเลือกเจ้าหน้าที่ที่เหมาะกับงาน โดยพิจารณาจาก ทักษะการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ลักษณะนิสัยที่สามารถปรับเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ นอกจากนั้น ก่อนว่าจ้างเข้าทำงาน ผู้สมัครงานควรจะทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับความคาดหวังที่ถูกต้องของตัวงาน และความรับผิดชอบต่างๆ ด้วย
2. จัดการอบรมพนักงานให้พร้อมก่อนเริ่มให้บริการลูกค้า ในบางครั้ง หากเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าไม่ได้รับการอบรมหรือ ฝึกหัดการสนทนาเพียงพอก่อนเริ่มให้บริการลูกค้า จะทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความไม่มั่นใจ และมีความเครียดในการทำงาน ซึ่งอาจส่งผลให้ลาออกจากงานในที่สุด
3. มีการสื่อสารภายในหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากข้อมูลที่ใช้ในการบริการลูกค้ามีการปรับเปลี่ยน และเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา และ อาจจะมี feedback จากลูกค้ามายังหน่วยงานหรือองค์กรผ่านเจ้าหน้าที่บริการลูกค้า การสื่อสาร ภายในหน่วยงานที่ดี รวมถึงพูดคุยกันระหว่างทีมงาน จึงมีส่วนช่วยให้การหมุนเวียนของข้อมูล ข่าวสาร เป็นไปได้อย่างครบถ้วนและทั่วถึง
4. สร้างวัฒนธรรมการสอนงาน (Coaching Culture) ในหน่วยงาน การให้คำแนะนำจากรุ่นพี่ (Senior) หรือ หัวหน้างานไปยังตัวเจ้าหน้าที่โดยตรงจะช่วยพัฒนาการทำงานและคุณภาพการให้บริการของเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้น ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทีมงานอีกด้วย
5. มีการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่มีผลงานดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแบบอย่างหรือตัวอย่างที่ดีให้กับเจ้าหน้าที่ท่านอื่นๆ ในหน่วยงาน และเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่มีผลงานดีเพื่อที่จะทำงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
6. ให้โอกาสเจ้าหน้าที่ที่มีผลงานดีได้เลื่อนตำแหน่งงาน ซึ่งการโปรโมทนี้ อาจจะเป็นการเลื่อนตำแหน่งงานในหน่วยงานเดิม หรือ หน่วยงานอื่นๆ ในองค์กรที่เหมาะสมกับความสามารถของเจ้าหน้าที่
7. จัดให้มีอุปกรณ์ และเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสะดวก และเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่
8. จัดสถานที่ทำงานให้น่าอยู่ และ มีตารางการทำงานที่สามารถยืดหยุ่นให้กับเจ้าหน้าที่ได้ โดยเจ้าหน้าที่สามารถออกความคิดเห็นและหารือกับหัวหน้างานหรือผู้ที่รับผิดชอบ ได้ตามความเหมาะสมกับลักษณะงาน

หากอัตราการลาออกของเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าลดลง องค์กรของคุณก็จะสามารถรักษาและเพิ่มความพึงพอใจให้แก่การขอรับบริการของลูกค้าของคุณได้โดยไม่ยากนัก

การใช้เทคโนโลยี Call Center ในด้านมืดเพื่อหลอกลวงประชาชน

Saturday, January 24th, 2015


คงเคยได้ยินกันมาแล้วสำหรับในเทคโนโลยีทันสมัยทางโทรศัพท์ โดยวิธีการหลอกลวงประชาชนให้โอนเงินผ่านตู้ ATM และทำให้ประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ต้องสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงสร้างความเดือนร้อนให้กับผู้ที่ถูกหลอกลวงให้เปิดบัญชีและบัตร ATM  ซึ่งมักจะเป็นประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดและห่างไกลความเจริญไม่รู้เทคโนโลยีด้าน ATM และระบบการทำงานของธนาคารพาณิชย์  เรามาดูกันว่าเทคโนโลยีต่าง ๆของ Call Center Telephony นั้นใช้ไปในการทุจริตและสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่ปกติ Call Center ของบริษัทต่าง ๆ นั้นมุ่งเน้นที่จะให้บริการประชาชนและมีการแข่งขันกันด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นด้าน CRM(Customer Relation Management) หรือ CEM(Customer Experience Management) ก็ตาม แต่พวกมิจฉาชีพซึ่งแน่นอนต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในด้านเทคโนโลยี  การวางระบบงาน และมีความรู้ความเข้าใจในระบบการปฏิบัติการของธนาคารพาณิชย์เป็นอย่างดี โดยปกติแล้ว Call Center แยกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ การรับสายเข้า และการโทรออก Inbound Call Center ท่านจะสามารถสัมผัสได้จาก Call Center ของธนาคาร บริษัท ห้างร้าน ทั่วไปซึ่งหลายท่านคงได้เคยใช้บริการกันบ้างไม่มากก็น้อย ส่วน Outbound Call Center จะเห็นได้กับธุรกิจ Telemarketing หรือ Telesales เช่น การโทรหาลูกค้าเพื่อเสนอโปรโมชั่นใหม่ ๆ ของบริษัทโทรศัพท์มือถือ,การโทรเพื่อเสนอขายประกัน,บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล สถาบันสอนภาษา หรือฟิตเนต เป็นต้น  ที่กล่าวมาทั้งหมดคือ Inbound และ Outbound Call Center  ตอนนี้เรามาดูกันต่อว่าพวกมิจฉาชีพนั้นใช้เทคโนโลยีด้าน Call Center Telephony ในการฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนอย่างไรบ้าง

– Dark Inbound Call Center
พวก Hotline สายเสียวต่าง ๆ โดยพวกนี้จะจ้างพนักงานสาว ๆ มาคอยให้บริการรับสาย หรือจะพูดแบบชาวบ้านเข้าใจง่ายก็คือ Sex Phone นั่นเอง พนักงานต้องปฏิบัติงานเป็นกะเช่นเดียวกับพนักงาน Call Center ทั่วไป การให้บริการด้วยเสียงที่ไพเราะ น่าฟัง และมีบทสำหรับการให้บริการ(Script) มีการกำหนด KPI และ Average Talk Time ควบคุมสายที่ไม่ได้รับ(Abandon Call) โดยส่วนใหญ่พวกนี้มักจะให้บริการผ่านเลขหมาย Audio Text 1900 รวมถึงมีการใช้เทคโนโลยี IVR(Interactive Voice Response)   ซึ่งเป็นระบบตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ ซึ่งพนักงานสาวที่รับสายจะชักชวนให้ลูกค้าที่โทรเข้าไปคุยให้นานที่สุด และมีการควบคุมว่าพนักงานแต่ละคนต้องมีเวลาในการสนทนาวันละกี่ชั่วโมง(Average Talk Time Control) ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าที่โทรเข้ามาจะถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในนาทีละ 9 บาทเป็นต้นไป หรือแล้วแต่ ๆ ละผู้ให้บริการจะเป็นผู้กำหนด   การเปิดธุรกิจด้านมืดโดยการให้บริการ Hotline สายคลายเหงา หรือ Sex Phone นั้นหลายท่านอาจจะไม่ทราบว่ามีรายรับเป็นกอบเป็นกำ และลูกค้าที่ใช้บริการหากไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ หรือไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อาจจะนำมาซึ่งปัญหาสังคมต่าง ๆ มากมาย เช่น การข่มขืน อนาจาร

– Dark Outbound Call Center
หลายท่านคงเคยได้รับโทรศัพท์ของพวกที่โทรเข้ามาแล้วอ้างว่าทางเป็นหนี้บัตรเครดิตบ้าง โทรจากธนาคารแห่งประเทศไทยบ้าง หรืออ้างกรมสรรพากรคืนภาษีให้ท่านบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นวิธีใดหากท่านไม่ได้มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับธนาคารที่บุคคลที่โทรมากล่าวถึง รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติงานของธนาคาร หรือหน่วยงานราชการนั้นท่านกำลังจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้หลอกเข้าแล้ว และซ้ำร้ายกว่านั้นหากท่านอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก และไม่เข้าใจการทำงานของตู้ ATM ยิ่งจะทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพง่ายขึ้น  พวกนี้มักจะอ้างว่าท่านไปเป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อที่กำลังจะถูกธนาคารฟ้องร้อง หรืออ้างว่าโทรจากแบงค์ชาติจะปลดล๊อกบัญชีให้ท่าน หรือสรรพากรจะคืนภาษีให้ท่านโดยผ่าน ATM ดังนั้นการติดตามข่าวสารบ้านเมืองจากสื่อต่าง ๆ จะช่วยให้เรารอดพ้นจากการเป็นเหยื่อ บางครั้งพวกนี้มีการใช้เทคโนโลยีการโทรข้ามประเทศซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำได้ในระบบ Call Center นอกจากนั้นพวกนี้ยัง Copy ระบบการทำงานของ Call Center Outbound มาไม่ว่าจะเป็นการ Training การ Set Opening Script การปิดการขาย(Closing) นอกจากนั้นยังมีการกำหนด KPI Call Out ด้วยว่ากลุ่มมิจฉาชีพต้องโทรออกเพื่อหาลูกค้า(เหยื่อ) วันละกี่สาย ซ้ำร้ายบางกลุ่มมีการใช้เทคโนโลยีล่าสุดของ Call Center คือ การโทรออกอัตโนมัติและส่งสายให้เฉพาะสายที่มีผู้รับเป็นมนุษย์(Predictive Dialing) จึงส่งสายให้กับพนักงาน ดังนั้นเมื่อท่านได้รับสายแปลก ๆ และสงสัยว่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านั้นของให้ท่านตรวจสอบ ดังนี้
1. ตั้งสติและเก็บรายละเอียดของหมายเลขโทรเข้า ชื่อ-สกุล ของบุคคลที่โทรมา และ ขอหมายเลขโทรกลับไว้
2. โทรกลับไปเช็คที่ธนาคารหรือหน่วยงานที่กลุ่มมิจฉาชีพอ้างถึง หรือท่านสามารถโทรติดต่อโดยตรงที่ชมรมป้องกันทุจริตด้านบัตรเครดิต และATM ของสมาคมธนาคารไทย(Fraud Working Group) ซึ่งจะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
3. แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Contact Center กับ Call Center นั้นตัวเดียวกันหรือเปล่า

Thursday, November 27th, 2014

เมื่อพูดถึง Contact Center (คอนแท็คเซ็นเตอร์ ) หลายท่านอาจนึกถึง Call Center ซึ่งหมายถึงที่ที่เราสามารถโทรศัพท์ไปติดต่อเมื่อเราเจอปัญหา มีคำถาม หรือการซื้อสินค้าและบริการ และสำหรับอีกชื่อที่เราคุ้นเคยคือ Help Desk ซึ่งในองค์กรส่วนใหญ่จะมีทีมดังกล่าวนี้คอยให้ความช่วยเหลือพนักงานในบริษัทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับระบบ IT ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้ พิมท์เอกสารไม่ได้ ระบบเครือข่ายใช้งานไม่ปกติ หรือ Projector ในห้องประชุมแสดงผลที่ไม่ถูกต้องใน Call Center ก็จะมีพนักงานอย่าง Customer Service Representative (CSRs ) หรือ agents คอยทำงานรับโทรศัพท์จากลูกค้า(in bound ) หรือติดต่อสื่อสารไปยังลูกค้า(out bound)

ข้อมูลจาก CRM ข่วยให้ พนักงานใน Contact Center รู้ว่าลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาเป็นใคร เคยซื้ออะไรบ้าง ปัญหาที่เคยเจอมีอะไร อะไรที่แก้ไขไปแล้ว อะไรที่ยังค้างอยู่ หรืออีกด้าหนึ่งในกรณีของ outbound ข้อมูลจาก CRM ก็ช่วยให้พนักงานของ Contact Center รู้ข้อมูลที่จำเป็นของลูกค้าก่อนที่จะโทรเพื่อทำกิจกรรมทางการตลาด

จะเห็นได้ว่าข้อมูลจาก CRM ที่ผมได้กล่าวถึงจะมีนอกเหนือจากเพียงแค่ชื่อ นามสกุล เบอร์โทร ที่อยู่ แต่จะมีการรวบรวมเป็นข้อมูลที่เป็นประวัติการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทกับลูกค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และมีความเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ แผนกหรือบุคคลในบริษัท อย่างเช่นข้อมูลเกียวกับการขอบริการจากแผนกบริการหลังขาย ข้อมูลประวัติการซื้อสินค้าและบริการจากแผนกขาย ข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดจากแผนกการตลาด ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อมาอยู่ด้วยกันและสามารถถค้นหาได้ในเวลาที่เราต้องการนั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้ากับบริษัทแล้วยังเพิ่มโอกาสทางด้านการขายให้กับบริษัทอีกด้วย

ดังนั้นข้อมูลจาก CRM ก็จะมีส่วนช่วยให้บทบาทของ Contact Center ถูกพัฒนาไปในทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

คลังข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ Contact Center ไม่ได้เป็นเพียง cost center แต่จะเป็นส่วนสำคัญที่จะเป็นส่วนช่วยสร้างรายได้ และกำหนดกลยุทธของบริษัท
คลังข้อมูลดังกล่าวมีส่วนช่วยให้พนักงานในบริษัททุก ๆ ท่านได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลลูกค้า
คลังข้อูลมูลดังกล่าวช่วยให้เราเห็นข้อมูลของลูกค้าในทุก ๆ มุม

ความสำคัญในการติดต่อสื่อสารในศูนย์บริการลูกค้าที่รู้จักกันว่า Call Center

Wednesday, August 27th, 2014

ในปัจจุบันหลายต่อหลายบริษัทได้เล็งเห็นและยอมรับว่า อนาคตของการติดต่อสื่อสารในศูนย์บริการลูกค้าที่รู้จักกันว่า Call Center หรือ ถ้ามีระบบด้านเว็บหรือวีดีโอเข้ามาเสริมด้วยก็จะเรียกว่า Contact Center จะมีการใช้งานอยู่บนระบบ โทรศัพท์ไอพี แต่คงจะไม่มีเหตุผลเพียงพอสำหรับผู้บริหาร ที่จะทิ้งระบบโทรศัพท์เดิมที่มีการทำงานอยู่บนตู้สาขาที่ได้ ลงทุนไว้เป็นมูลค่ามหาศาลในอดีต เพียงเพราะว่าได้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยออกมา แต่ทั้งนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกของอินเทอร์เน็ต โดยในวันนี้เราสามารถทำแผนในการปรับเปลี่ยนระบบโทรศัพท์เดิม มาเป็นไอพีที่ทำให้ศูนย์บริการ Call Center หรือ Contact Center สามารถใช้ประโยชน์สูดสุดจากการลงทุนระบบตู้สาขาในอดีต และในขณะเดียวกันก็ได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า ทั้งในด้านการปฏิบัติการณ์ และการทำงานของระบบโทรศัพท์ไอพี

ที่จริงแล้วถ้าดูในหลักการเบื้องต้น การดูแลจัดการระบบสื่อสารระบบเดียวที่รวมเอาทั้งระบบเสียง และข้อมูลเข้าด้วยกัน ย่อมที่จะง่ายกว่าการดูแลจัดการสองระบบที่แยกจากกัน และการที่มีช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า ทั้งนี้ลูกค้าในยุคปัจจุบันได้ตั้งความคาดหวังไว้ว่า จะได้รับความสะดวกในการสอบถามทางโทรศัพท์ การส่งอีเมล์ ไปจนถึงการใช้เว็บในการเลือกสินค้าและบริการ ตลอดจนการทำธุรกิจแบบออนไลน์ และจากเหตุผลที่กล่าวมานี้ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและไอพี สามารถที่จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ และ Contact Center ได้ เป็นอย่างดี

Call Center ยุคใหม่ที่มีการรวมเอาภาพ เสียงและข้อมูลไว้ด้วยกันที่รู้จักกันในชื่อ Contact Center นั้นใช้การทำงานบนระบบเครือข่ายไอพีเพียงระบบเดียว ในการดูแลและจัดการศูนย์บริการลูกค้า ไม่ว่าจะมีการติดต่อเข้ามาทาง โทรศัพท์ อีเมล์ แฟกซ์ หรือแม้แต่ผ่านทางเว็บ นอกจากนี้การที่มีระบบเครือข่ายเพียงระบบเดียวในการดูแล และจัดการทั้งการสื่อสารด้านเสียง และข้อมูล ได้นำมาซึ่งประโยชน์มากมาย ทั้งการจัดการระบบเครือข่ายที่ง่ายขึ้น ลดต้นทุนตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการบริการลูกค้า และที่สำคัญข้อมูลลูกค้าที่ได้มาจากช่องทางต่างๆ จะถูกอัพเดทจะจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลเดียว ซึ่งพนักงานในศูนย์บริการลูกค้า สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ในทุกครั้งที่ลูกค้าได้ติดต่อเข้ามา หรือแม้แต่การติดตามผลจากอีเมล์ของลูกค้า ที่ส่งเข้ามาที่พวกเขาสามารถโทรศัพท์แจ้งความคืบหน้า ไปยังลูกค้าได้อีกด้วย